โทรศัพท์ : +662 630 4600 - 1       
   
  •  
 
ตอนที่ 3 - เปิดประตูสู่ Bhutan ..Kuzuzangpo la Paro ..Kuzuzangpo Bhutan

<< อ่านตอนก่อนหน้านี้    อ่านตอนต่อไป >>

 

Trip Member

 
 
 
 
 
 

Travel brings power and love back to your life

การเดินทางจะนำพาซึ่งพลังและความรักกลับมาสู่ชีวิต

 

31 ธันวาคม2557 :วันแรกของการเดินทาง

 

ณ เวลา 5.45 น.เราสามประจำอยู่หน้า counter รอพบเจอสมาชิกใหม่ที่จะร่วมเดินทางไปด้วยกันอีกตั้ง 2 คน!! อากาศในสุวรรณภูมินี้ใช้ได้..เย็นใช้ได้!! ประหนึ่งช่วยเปิดประตูบานกว้างให้เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมร่างกายให้พร้อมรับความหนาวเย็นที่จะต้องไปเผชิญอีกห้าวัน!

 

 

ณ เวลา 8.47 น.พร้อมแล้วที่ที่นั่ง 17A อภินันทนาการสลับที่นั่งกะพี่แมวผู้รู้ใจให้น้องได้นั่งชิดติดริมหน้าต่าง เป็นที่นั่งที่ดี ตรงปีกเครื่องบินพอดี๊พอดีเป๊ะๆ เอิ่ม..เค้าว่ากันว่าตรงนี้มันได้สมดุลที่สุด เสถียรที่สุดในเครื่องแระ.. จิงจิ้งงงงง

 

ได้ที่ริมหน้าต่างด้านซ้ายมือสมใจล่ะน้า  ว่ากันว่าสนามบินพาโรเป็นสนามบินที่สวยยยยสุดใจอันดับต้นๆ ของโลก บรรยากาศตอน landing คงสวยงามจับจิต Paro Valley คงสวยงามเกินคำบรรยาย

 

แต่นั่นยังไม่ถึงที่สุดของเรื่องเล่าที่เค้ายังว่ากันอีกว่าระหว่างทางจะพบเจอภาพความสวยงามสว่างพร่างตาของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งที่นั่งทางซ้ายมือนี่ขอบอก เหมาะมั่กๆๆๆ ค่า อ้อ!! ขากลับนี่ภาวนาให้ได้นั่งฝั่งขวามือน้าคร้า จะได้มาเจอกับเทือกเขาหิมาลัยอีกครั้งงั้ยยย  อิอิ มีภาพมาฝากดั่วน้าจะบอกหั้ยยยย

 

 

 

ประสบการณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ซำเหมอค่า ครั้งนี้อีชั้นในฐานะTour Leader จำเป็นจากการสถาปนาของใครสักคนก้อม่ายรู้ ต้องเริ่มต้นจากการรับผิดชอบบริการการกรอกเอกสาร Arrival Card เอง เอาก้อเอา ต่อจากนี้เราต้องพึ่งพาซึ่งกันแระกัลล์น้าค้า

 

 

 

“อัตตาหิ อัตตโน นาโถ” รู้ซึ่งถึงแก่นขั้นบรรลุก้อวันนี้คราวนี้ล่ะค่า นี่ล่ะมั้งที่เรียกว่า “ธรรมะจัดสรร”อย่างแท้จิง จัดสรรให้ได้เดินตามฝัน จัดสรรให้ได้ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และนั่นอาจหมายความได้ว่า ธรรมะอาจกำลังจัดสรรหนทาง เปิดทางทีละนิดให้ได้เดินทางไปหาประสบการณ์ความฝันด้วยตัวเองอย่างน้อยปีละครั้ง(ถ้าเก็บตังค์ได้น้า แหะๆๆ)

 

ระหว่างการเดินทาง บริการของเครื่องบินพาชาวเราแวะเยี่ยมชมสนามบินประเทศอินเดียค่า แค่แวะให้เยี่ยมชมอยู่บนเครื่องน้ามะต้องออกไปเมียงมองข้างนอกปู้นเด๋วปืนยาวจะเปรี้ยงปร้างเอาค่า แวะส่งคนที่ลงอินเดียแพร้บนึง รอรับคนจากอินเดียไปกะเราอีกแพร้บนึง รวมสองแพร้บประมาณ 35-40 นาที เราก้อtake offตรงดิ่งไปที่Paro International Airport Bhutan กันค่า

 

อีกอึดใจเราจะถึงที่หมายแล้วค่า ..เค้าว่าตอนเครื่องจะ landingอ่ะ บรรยากาศงามสุดๆ ฉะเน้แล้วห้ามพลาดด้วยประการทั่งปวง .. ก๊อกๆ แก๊กๆ เตรียมกล้องเอย ทอระสับเอย กะว่าไม่ต้องซ่อมกัลล์ละ เที่ยวเน้เอาให้คุ้ม เสียตังค์(เก็บ)แล้วเอาให้คุ้มค่า เหอๆๆๆ

 

คร้ายเค้าจะนึกว่าจากอินเดียมาถึงBhutanแป๊บเดียวเจงเจ๊ง ..คือมัวแต่เตรียมพร้อมลืมจับเวลา(รอไปใหม่เด๋วจับเวลาให้ค่า) เครื่องไต่ระดับแพร้บนึงก้อเห็นบ้านเรือนชัดเจนตามสันเขา ไหล่เขา มองเห็นหุบเขาล้อเล่นกะเครื่องบิน เอ๊ะ!!เด๋วนะอันที่จิงเครื่องบินกะลังเล่นผาดโผนอยู่ตามช่องหุบเขามากกว่านะนี่นะ นักบินสายการบินนี้สุดยอด บินผาดโผนก่ะได้ เหอๆๆๆ

 

 
 

 

นี่คงเป็นเหตุผลหลักที่ตะก่อนการเดินทางมาที่Bhutanนี้ มีเพียงแค่ 2 สายการบิน ดรุ๊กแอร์(Royal Bhutan Airlines) และ Bhutan Airlines หรือ จะเรียกว่า Tashi Air (เอกชน) ที่ผูกขาดการบินเข้าออกประเทศนี้มาโดยตลอด เพราะต้องใช้ความชำนาญพื้นที่อย่างมากนี้เองล่ะน้อ จะเลือกเดินทางกะสายการบินไหนก้อแล้วแต่จริตของแต่ละคนน้าฮ้า

 

เอาละถึงสนามบินพาโร(Paro International Airport)ซ้ากกะที นั่งปวดหูวิ้งๆๆๆมานานจนนึกว่าหูจะหนวกซะแระ เฮ้อ!! จะคุ้มกะความพิการทางหูม้ายน้อ

 

สนามบินพาโร(Paro International Airport)ตั้งอยู่ ณ เมืองพาโรที่มีสถานะเป็นเพียงเมืองท่ามิใช่เมืองหลวงแต่อย่างใดค่า อาคารรับรองของสนามบินตั้งเด่นเป็นสง่าอวดความสวยงามของเอกลักษณ์ศิลปะตามแบบBhutanese Style ไม่เด่นได้งัยค้าทั้งสนามบินก้อมีแค่อาคารเดียวนี่แหล่ะ น่ารักกะทัดรัดชะมัด .. งวงช้งงวงช้างไม่ต้องใช้ล่ะค่าเดินลงบันไดมานี่ก้อแทบจะเกยบันไดอาคารรับรองแระค่า

 

อากาศที่สนามบินเมื่อออกจากเคบินมีลมปะทะหน้าเย็นเฉียบพอทน แต่แดดนี่ร้อนจี๋ทีเดียว หึๆๆๆ จะร้อนแดด จะเย็นลมอีชั้นก้อมะสนล่ะค่า ชวนพลพรรคพี่แมวกะนู๋จุ๋มไปทักทายสายลมแสงแดดกันอย่างปรีดิ์เปรม

 

พิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เทคโนโลยีไม่เยอะ ตม.ชาวBhutaneseจัยดีฝุดๆ สมกะหน้าตาที่ใสกิ๊กยังกะหนุ่มเกาหลีงัยงั้น ป้างี้ชื่นจายยยยยจุงเบย อิอิอิ (การเตรียมตัวก่อนไปภูฏาน)

 

ใบนี้ยื่นตรงประตูทางเข้าอาคาร จะมีเจ้าหน้าที่รอรับตรงโต๊ะติดชิดริมประตูเลยค่ะ

 

 
 
 

Arrival Card ยื่นที่เค้าเตอร์ ตม.ค่ะ ... ขีด NOนะคะ เราไม่พกพาสิ่งผิดกฎหมายเข้าประเทศเค้าค่ะ^^

แต่มีที่กรอกผิดนะคะ Port of Departure คือ  Bangkok ค่ะ งานนี้อีชั้นกรอกหลายใบ พอกรอกของตัวเองเลยเบลอได้ที่^^

 

เพราะที่นี่มีสายพานลำเลียงเพียงสายพานเดียวที่ทางเข้าแทบจะเกยกะตัวเครื่อง ขั้นตอนการรับกระเป๋าจึงง่ายดาย อาจจะมียุ่งยากนี้ดส์นุงก้อตอนต่อแถวเข้าห้องน้ำนี่แหล่ะค่า ..คาดว่าทุกคนคงกลัวเหมือนกัลล์โม้ดดด ก้อกลัวเข้าป่าไปเด็ดดอกไม้กลางทางอ่ะจิ่ ^_^ เลยต้องขอปลดทุกข์ปล่อยโศกเซี้ยะก่อนเพื่อความปลอดภัยนะแจ๊ะ^^

 

ออกมาด้านนอกมีคณะของLocal Guideมารอต้อนรับ 3 คน มีน้องฟ้าTsheringในนาม ผช.ไกด์แต่พ่วงตำแหน่งพะริยาเจ้าของบริษัท Ugyenไกด์หนุ่มหน้าซื่อที่ดีกรีความซื่อหดหายไปตามระยะเวลาที่โดนทีเด็ดจากสาวจุ๋มสอนสั่ง และพลขับนามSangayที่พ่วงตำแหน่งช่างภาพมือหนึ่งให้กับชาวเราพวกเค้าต้อนรับเราด้วยผ้าKhadharเป็นผ้าบางๆ สีขาวที่แสดงถึงความยินดีและคำอวยพรที่มีให้แก่พวกเรา เหมือนกะนางงามกลับมาถึงดอนเมืองแล้วมีพวงมาลัยคล้องคอน่านแหล่ะค่า ชาวเราก้อสนองคล้องคอกันไปตลอดวัน เก๋ไก๋ชไนเดอร์ฝุดๆ

 

 

 

ดูทุกคนจะพร้อมใจจัดที่นั่งให้อีชั้นเป็นศูนย์กลางคู่กะไกด์หนุ่มนามUgyen..ป๊าว!! มะด้ายจับคู่ให้อีชั้นน้าค้า แต่อีชั้นได้รับการสถาปนาเป็นtour leaderจำเป็น ณ บัดนาวนั้นล่ะค่า ..ขอน้อมรับตำแหน่งใหม่หมาดๆ อย่างเต็มจัยค่า ภาวนาให้ตัวเองทำหน้าที่ประสานงา เอ้ย! ประสานงานจนจบทริปนี้อย่างงดงามตามอัตภาพก้อแระกัลล์ค่า อิอิ

 
 

 

จากเมืองท่าพาโรมุ่งหน้าสู่ทิมพู(Thimphu)เมืองหลวงเล็กๆ ในเทือกเขาหิมาลัย การจราจรหนาแน่นกว่าที่คิดไว้แต่ยังแพ้บ้านเราเย้อเลยค่า ตลอดทางที่ผ่านมาเราเดินทางอยู่ตรงกลางขนาบด้วยแม่น้ำใสๆ ไหลแรงๆและภูเขา สลับกันเป็นซ้าย ขวาให้เราไปตลอดทางจนถึงทิมพู

 

มองกันเพลินตาเพลินจัย ลืมคำเตือนของคุณผู้จัดที่ยังคงรับผิดชอบมาส่งพี่ปุกกะพี่น้องที่สุวรรณภูมิและส่งชาวเราเข้าcheck in เทอมีคำเตือนที่ให้พวกเราพักผ่อนอย่ามัวแต่ชื่นชมทิวทัศน์Bhutanซะสิ้น แหม!!บรรยากาศธรรมชาติตลอดทางดูเจริญหูเจริญตากว่าซ่อนตาดำไว้ใต้เปลือกตาเป็นไหนๆ ^_^ ภาพบ้านเรือนรูปทรงคุ้นตาจากรูปภาพที่เคยดูตามสื่อต่างๆ มาปรากฏตรงหน้า ตั้งตระหง่านให้ได้ยลของจิงบ่งบอกตัวตนราวจะอธิบายรายละเอียดความเป็นเอกลักษณ์ของBhutaneseได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากสรรพสำเนียงอธิบายใดๆ

 

 
 

สายตาดื่มด่ำซึมซับความงามของธรรมชาติสองข้างทางพร้อมกับมือที่กดชัตเตอร์รัวๆๆโดยไม่แคร์เมมโมรี่ ทุกสิ่งอย่างดูจะแปลกตาไปทั้งสิ้น หูคอยฟังทั้งในสิ่งที่ไกด์บอกเล่าเรื่องราวของความเป็นBhutanและเสียงเพื่อนร่วมทางอู้หู! โอ้โห! ว้าว! สวยจัง! สวยมาก! อากาศดีอ่ะ!! ดีสุดๆ!! ไม่มาเสียดายแย่!! น้ำใสอ่ะ! นั่นอะไร? นี่อะไร? ฯลฯ ..สมองประมวลข้อมูลรอบด้านเร็วจี๋เพื่อทำหน้าที่คนกลางระหว่างชาวเราและเจ้าของพื้นที่ ทุกข้อสงสัย ทุกคำอธิบาย หลากหลายคำตอบทั้งไทย ทั้งอังกฤษinputสู่สมองให้processข้อมูลเพื่อoutputให้ทุกคนได้ฟังอย่างกระจ่างทั้งสองภาษา เอิ่ม.ม.ม เท่าที่จะสามารถอ่ะค่า แหะๆๆ รู้สึกว่าตั้งกะเท้าแตะพื้นแผ่นดินBhutanปากอีชั้นก้ออัตโนมัติวาจาสองภาษาแบบงูๆ ปลาๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์จัยในความเนียนของตัวเอง 55555...เอาน่าท่องไว้ว่า I can do! ภาษาอังกฤษที่ปกติพูดคุย(ผสมเปิดดิกฯ)ผ่านเพียงตัวหนังสือ วิดีโอคอลล์  voice messageถูกงัดมาให้จำเป็นต้องใช้ตั้งแต่นาทีแรกที่ได้เข้าสู่อ้อมกอดของเทือกเขาพาโรโดยไม่รู้ตัว รึนี่จะเป็นกลไกในการเอาตัวรอดของคนเราเมื่อจิตใต้สำนึกพร่ำบอกว่า “ต้องทำ” และ “ต้องทำให้ได้”

 

ระหว่างที่พลพรรคยังคงอู้หู! โอ้โห!ชี้ชวนกันดูสายน้ำเบื้องหน้าสายตาที่ยังคงสอดส่ายมองเห็นความเคลื่อนไหวที่หยุดนิ่งอยู่ริมผาเหนือน้ำใสๆ ไหลแรงๆ ด้านล่าง(แม่น้ำพาโรParo Chho) ถามมาถามไปได้คำตอบว่าเค้าหยุดถ่ายรูปกัน อ้าว!! ไม่ถามก้อไม่บอกนิ...STOP!! Sangay stop pleaseeee.. แวะจุดชมวิวจุดแรกกัลล์ค่า

 

 

ด้านล่างเป็นสะพานแขวน(Suspension Bridge)ทอดผ่านแม่น้ำพาโร (Poro Chho)ตั้งอยู่ระหว่างทางจากพาโรไปทิมพู ..สะพานแขวนนี้เมื่อข้ามไปจะได้ไปเยือนวัดตัมชุค(Tamchog Lhakhang) ..(ถ้าเขียนคำอ่านภาษาไทยผิดขออภัยด้วยนะคะ เพราะจุดนี้ชาวไกด์ไม่ได้อธิบายไว้ แต่ความอยากรู้เลยไปสืบเสาะมาให้ค่า)

 

ทัวร์ไทยไปไหนไม่มีซะละที่จะไม่ชิมไม่ช็อป มวลหมู่ชาวเราก้อไม่ทำเสียชื่อ ชวนกันแวะรายทางชิมไปช็อปไป ทั้งส้มทั้งแอปเปิ้ล เอ่อ..ช่วยกระจายรายได้ให้ชาวบ้านมั่งรัยมั่ง ส้มเค้าอร่อยจิงจังสมชื่อเสียงที่เคยได้ยิน ส่วนแอปเปิ้ลนี่แล้วแต่ความชอบค่า ราคานี่จำไม่ได้แระ แต่ที่จำความรู้สึกตอนนั้นได้คือราคาถูกมากกกกกน่าจะแค่ถุงละ 1$เลยขนซื้อกันคนละหมุบคนละหมับ ลืมตัวว่ามากันตั้ง 5 คน!!!

 

 
 

 

ร้านค้าข้างทางขายสินค้าหลากหลายที่เป็นพื้นฐานอาหารการกินของชาวBhutanese นอกจากข้าวสารก้อมีผักรูปร่างคุ้นตาชาวเรา อย่างหัวหอม มะนาว แต่ละอย่างนี่ผลโต๊โต แระก้อจ่ะพริกเป็นตัวชูโรงละลานตาหลากหลายรุ่นมากมายยี่ห้อ

 

ส่วนชีสนี่ก้อมีทั้งชีสก้อนโตๆ กะพวงมาลัยชีสเอาไว้ห้อยคอแล้วเด็ดมาอมทีละเม็ด..ทีละเม็ด อืมมม..มันหนาวจนต้องอมก้อนชีสเป็นลูกอมล่ะหนา.. เอาล่ะสิเงินยังมะด้ายแลกเลย มีแต่ดอลล่า แต่มิมีปันหาคร่า ชาวบ้านที่นี่เค้าชอบดอลล่า หน้าบานยิ้มแฉ่งกันเลยทีเดียว อ่ะนะ..ว่าไม่ได้ ที่ไหนๆ ปัจจัยที่สำคัญก้อไม่พ้น “เงิน” สินะ^^..ก้อ คนเราต้องทำมาหากินนินา จิงมั้ยคะ^^

 

 
 
 

เพลินกันพอแระค่า ป่ะ ไปต่อกัน go go go ยาวรวดถึงทิมพู (Thimphu) พี่ไทยอย่างเรากลัวเมาเขาเมารถจัดแจงแกะถุงส้มถุงแอปเปิ้ลแจกจ่ายชิมรสชาติผสมผสานการคุยสานสัมพันธไมตรีกะสมาชิกใหม่ที่คุณผู้จัดฝากให้ช่วยดูแลพี่น้องพี่ปุก แระก้อตีซี้กะคณะไกด์ท้องถิ่น ท่ามกลางสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านช่องหน้าต่าง ..แปลก!! ไม่มีฝุ่น ไม่มีกลิ่นประหลาดๆ สอดแทรกเข้ามาในอณูอากาศเลยแม้แต่นิด Sooooo Fresh!! มันช่างสดชื่นจนอยากจะยื่นหน้าออกไปสูดอากาศภายนอกให้ล้นปอด แต่..เอ๊ะ!! มัยกระจกบานนี้เปิดมะด้ายอยู่บานเดียวฟร้ะ!! มะเป็นรัย ยื่นหน้าไปขอแจมแถวหน้ามั่งแถวหลังมั่งก้อด่ะ อิอิ .. โอโซนเค้าบริสุทธิ์จิงรัยจิงค่า อากาศดีๆช่างมีเหลือเฟืออย่างน่าอิจฉา..อยากมาอยู่ที่นี่จัง^^

 

กะลังชิมไป ชมไป สูด(อากาศ+บรรยากาศ)ไป ....กึ่ก!! จอดทามมายห้ะSangayไอยังมะอยากถ่ายรูป ไอจะไปทิมพูงั้ย..ท่าทางชี้ชวนของพลขับกะคำสมทบตามมาว่า..“May be my King ... ห้ะ!! K.Jigmeหรา!!!อ่ะ..จิงดิ่!!! ส้มเสิ้ม แอปป้งแอปเปิ้ลถูกโยนไปไม่รู้ทิศทาง ทุกคนรีบกลืนซากส้มลงคออย่างเร็วรี่ เตรียมเปิดปากกรี๊ดดดดรับไอดอล เล่นเอาคณะชาวไกด์ช็อคตาตั้ง จุ๊ๆๆๆ อย่ากรี๊ดนะยู้ววว!!!  ...ม่ายน่าUgyen พวกไอรู้น่า เสียงที่เตรียมจะกรี๊ดก้อกลายเป็นเสียงงี๊ดๆๆๆ แทนอย่างรู้กาละเทศะ อิอิอิ

 

แต่เอ๊ะ!! เด๋วนะUgyen!มะตะกี๋ไอเห็นคันนึงมีธงอยู่หน้ารถอ่ะ คันที่ 2 ช่ายป่ะ? .. “Yes” .. แต่ที่ไอเห็นอ่ะ ไอว่าไอคุ้นๆ หน้านะ ใส่แว่นดั่ว คิงค์ยูวมะได้ใส่แว่นนิ??..heเหมือนนายกฯของยูวมากกว่าน้า..“Yes.That’s the Prime Minister” เฮ้อ!! เอวัง ณ บัดดล หันไปบอกความจิงที่สุดแสนแสลงจัยกะสาวๆ.. ทุกคนร้อง ว้า!! กันเป็นแถ้วววว ...เสียดายที่มะใช่ขวัญใจ แต่แหม มิอยากจะคุย นายกฯ มาต้อนรับเชียวน้าฮ้า ขอบอก...ดูเลอค่าชิมิ คริคริคริ(คิดเองเออเองตลอด แฮร่ร่ร่ร่)

 

แต่..Ugyen!ไออยากเห็นคิงค์ยูวน้า ยูวพาพวกไอไปเจอได้ป่าว pleaseeee... Ugyenพยักหน้าหงึกหงัก(ไม่ยักส่ายหน้าแฮะ...ใครน้อ บอกว่าคนที่นี่เป็นแขก)บอกได้แค่เพียงว่าK.Jigmeประทับอยู่ที่Bhutanและตอนนี้ทรงงานอยู่ที่Tashiccho Dzongแต่ไม่สามารถนัดพระองค์ให้เราได้ มิเช่นนั้นUgyenคงหัวขาดเป็นแน่แท้ หุๆๆ

 

เม้าธ์มอยกันมาตั้งนาน ดูเหมือนจะเดินทางกันมานานแระ แหง่ะนาฬิกาคู่จัยขึ้นมาดู บร้ะเจ้า!! เพิ่งจะแค่บ่ายโมงตรง!! เวลามันเดินช้าเอง?? รึนาฬิกาอีชั้นกะลังทอดน่องทำตัวอินเทรนด์ slow life??ไปกะเค้าด้วย .. เอ๊ะ!! รึจะลืมปรับเวลา?? ไม่น้า..ปรับแว้วววว ปรับตั้งกะยังไม่ปtake offจากสุวรรณภูมิ..จำได้ว่าเวลาที่Bhutan ช้ากว่าบ้านเรา 1 ชม.เป๊ะๆๆๆ..ไหนๆๆ ขอดูของคนอื่นดิ๊ ..ก้อเหมือนๆ กันนินา ... ว้าวๆๆ มิน่าเชื่อ เวลาที่นี่เดินช้าจิงรึนี

 

อีกนิดจะเข้าเขตทิมพูแล้วค่า ..อดใจรออีกนิด ..เด๋วจะพาไปทานข้าวแระก้อไปชมเมืองด้วยกันในตอนหน้านะคะ

 

Tashi Delek แล้วพบกันค่า^^

 

<< อ่านตอนก่อนหน้านี้    อ่านตอนต่อไป >>